ความสำคัญของพระไตรปิฎกเผยแพร่เมื่อ: 18 กันยายน 2554 | ฮิต: 3036 ตอนที่ 2 ความสำคัญของพระไตรปิฎก ความสำคัญของพระไตรปิฎกต่อการธำรงรักษาพระศาสนานั้นเราจะเข้าใจได้ชัด ยิ่งขึ้นเมื่อมองเห็นความสัมพันธ์ของพระไตรปิฎกกับส่วนอื่นๆ ของพระพุทธศาสนา พระไตรปิฎกกับพระรัตนตรัย เหตุผลหลักที่พระไตรปิฎกมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดก็คือ เป็นที่รักษาพระรัตนตรัย ซึ่งเป็นไตรสรณะของชาวพุทธทุกคนเช่นกัน ดังนั้น 1. พระไตรปิฎกเป็นที่สถิตของพระพุทธเข้า อย่างที่ได้บอกตั้งแต่ต้นแล้วว่า ธรรมวินั ยจะเป็นศาสดาแทนพระองค์ เมื่อพระองค์ปรินิพพานไปแล้ว ในแง่นี้ชาวพุทธจึงยัง คงสามารถเข้าเฝ้าพระศาสดาในพระไตรปิฎกได้แม้พระองค์ล่วงลับไปกว่า ๒๕๐๐ ปี แล้วก็ตาม 2. พระไตรปิฎกทำหน้าที่ของพระธรรม เรารู้จักพระธรรมวินัยคือคำสั่งสอนของพระพุทธ เจ้าจากพระไตรปิฎก พระธรรมวินัยนั้น เราเรียกนั้นๆ ว่า พระธรรม เวลาเราจะแสดง ไว้เป็นสัญลักษณ์แทนพระธรรม เราก็มักใช้พระไตรปิฎกเป็นเครื่องหมายของพระธรรม 3. พระไตรปิฎกเป็นที่รองรับพระสงฆ์ พระสงฆ์นั้นเกิดจากพุทธบัญญัติในพระไตรปิฎก หมายความว่า พระภิกษุทั้งหลายที่รวมเป็นภิกขุสังฆะคือภิกษุสงฆ์นั้น บวชขึ้นมาและ อยู่ได้ด้วยพระวินัย วินัยปิฎกเป็นที่บรรจุไว้ซึ่งกฎเกณฑ์ กติกา ที่รักษาไว้ซึ่งภิกขุสังฆะ ส่วนสังฆะนั้น ก็ทำหน้าที่เป็นผู้ที่จะรักษาสืบทอดพระศาสนา สังฆะจึงผูกพันเนื่องยู่ด้วยกันกับพระไตรปิฎก รวมความว่า พระรัตนตรัย ต้องอาศัยพระไตรปิฎกเป็นที่ปรากฏตัวแก่ประชาชนชาวโลก เริ่มตั้งแต่พุทธศาสนิกชนเป็นต้นไป พระไตรปิฎกจึงมีความสำคัญในฐานะเป็นที่ปรากฏของ พระรัตนตรัย ดังนั้น การธำรงพระไตรปิฎกจึงเห็นการธำรงไว้ซึ่งพระรัตนตรัย ซึ่งก็คือการ ธำรงรักษาพระพุทธศาสนา พระไตรปิฎกกับพุทธบริษัท ๔ พระพุทธเจ้าเคยตรัสว่า พระองค์จะปรินิพพานต่อเมื่อพุทธบริษัท ๔ คือ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ทั้งหลายทั้งปวง คือ พระภิกษุ ทั้งเถระ ทั้งมัชฌิมะ ทั้งนวกะ ภิกษุณีก็เช่นเดียวกัน พร้อมทั้งอุบาสกอุบาสิกา ทั้งที่ถือพรหมจรรย์ และที่เป็นผู้ครองเรือน ทั้งหมด ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติที่จะรักษาพระศาสนาได้ คือ 1. ต้องเป็นผู้มีความรู้ เข้าใจหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าได้ดี และประพฤติปฏิบัติได้ถูก ต้องตามคำสอน 2. นอกจากรู้เข้าใจเอง และปฏิบัติได้ดีแล้ว ยังสามรถบอกกล่าวแนะนำสั่งสอนผู้อื่นได้ด้วย 3. เมื่อมีปรัปวาทเกิดขึ้น คือ คำจ้วงจาบสอนคลาดเคลื่อนผิดเพี้ยนจากพระธรรมวินัย ก็สามารถ ชี้แจงแก้ไขได้ด้วย ตอนที่พระองค์จะปรินิพพานนั้น มารก็มากราบทูลว่า เลานี้พุทธบริษัท ๓ มีคุณสมบัติพร้อม อย่างที่พระองค์ได้ตรัสเหมือนกับเป็นเงื่อนไขไว้แล้ว พระพุทธเจ้าทรงพิจาณาเห็นว่าเป็นอย่าง นั้น จึงทรงรับที่จะปรินิพพาน โดยทรงปลงพระชนมายุสังขาร พุทธดำรัสนี้ ก็เหมือนกับว่าพระพุทธเจ้าทรงฝากพุทธศาสนาไว้กับพุทธบริษัท ๔ แต่ต้อง มองให้ตลอดด้วยว่า ทรงฝากพระพุทธศาสนาไว้กับพุทธบริษัทที่เป็นอย่างไรชาวพุทธจะเป็นผู้มี คุณสมบัติผูกต้องที่จรรโลงพระศาสนาไว้ ก็เริ่มด้วยมีคัมภีร์ที่จะให้ เรียนรู้เข้าใจพระธรรมวินัย อันเป็นของแท้ก่อน เป็นอันว่า ในแง่นี้พระไตรปิฎกก็เป็นหลักของพุทธบริษัท ต้องอยู่คู่กับพุทธบริษัท โดยเป็น ฐานให้แก่พุทธบริษัท ซึ่งจะทำให้ชาวพุทธเป็นผู้มีคุณสมบัติที่จะรักษาพระศาสนาไว้ได้ สองฝ่ายนี้ คือ ตัวคนที่จะรักษาพระศาสนา กับตัวพระศาสนาที่จะต้องรักษา ต้องอาศัยซึ่งกัน และกันพระศาสนาจะดำรงอยู่และจะเกิดผลเป็นประโยชน์ ก็ต้องมาปรากฏที่ตัวพุทธบริษัท ๔ ต้องอาศัยพุทธบริษัท ๔ เป็นที่รักษาไว้ พร้อมกันนั้นในเวลาเดียวกัน พุทธบริษัท ๔ จะมีความหมาย เห็นพุทธบริษัทขึ้นมาได้ และจะได้ประโยชน์จากพระพุทธศาสนาก็เพราะมีธรรมวินัยที่รักษาไว้ใน พระไตรปิฎกเป็นหลักอยู่ ติตตามอ่านตอนต่อไป.....