พระไตรปิฎก
สิ่งที่ชาวพุทธต้องรู้
พระธรรมปิฎก (ป.ธ. ปยุตฺโต)
ตอนที่ 1
พระพุทธศาสนาไม่ใช่ปรัชญา
ก่อนที่จะกล่าวถึงเรื่องพระไตรปิฎกต่อไป เราจำต้องแยกให้ออกระหว่างปรัชญากับศาสนา
ปรัชญาเห็นเรื่องของการคิดหาเหตุผลเป็นสำคัญ และถกเถียงกันเรื่องเหตุผลนั้นเพื่อสันนิษฐานความ
จริง เรื่องที่ถกเถียงหรือคิดหานั้นอาจจะไม่เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตที่เป็นอยู่ เช่นนักปรัชญาอาจจะ
ถกเถียงกันว่า จักรวาลเกิดขึ้นเมื่อไรและจะไปสิ้นสุดเมื่อไร โลกจะแตกเมื่อไร ชีวิตเกิดขึ้นเมื่อไร
เป็นต้น และนักปรัชญาก็ไม่จำเป็นต้องดำเนินชีวิตตามหลักการอะไร หรือแม้แต่ให้สอดคล้องกับสิ่ง
ที่ตนคิด เขาคิดหาตุผลหาความจริงของเขาไป โดยที่ว่าชีวิตส่วนตัวอาจจะเป็นไปในทางที่ตรงข้ามก็ได้
เช่นนักปรัชญาบางคนอาจจะเป็นคนคุ้มดีคุ้มร้าย บางคนสำมะเลเทเมา บางคนมีทุกข์จนกระทั่งฆ่าตัวตาย
แต่ศาสนาเป็นเรื่องของการปฏิบัติ เรื่องของการดำเนินชีวิตหรือการมาใช้ให้เป็นประโยชน์ในชีวิตจริง
การปฏิบัตินั่นต้องมีหลักการที่แน่นอนอย่างใดอย่างหนึ่งที่ยอมรับว่าเป็นจริง โดยมีจุดหมายที่แสดง
ไว้อย่างชัดเจนด้วย
เพราะ ฉะนั้นผู้ปฏิบัติ คือ ศาสนิกชน เริ่มต้นก็ต้องยอมรับที่จะปฏิบัติตามหลักการของศาสนา
นั้น ตามที่ องค์พระศาสดาได้แสดงไว้ซึ่งเราเรียกว่า คำสอน ด้วยเหตุนี้ ศาสนิกจึงมุ่งไปที่ตัวคำสอน
ของพระศาสดาซึ่งรวบรวมและรักษาสืบทอดกันมาในสิ่งที่เรียกว่า คัมภีร์
เมื่อมองในแง่นี้ พระพุทธศาสนาจึงมิใช่เป็นปรัชญา แต่เป็นศาสนามีพระสมณโคดมเป็นพระ
ศาสดา ซึ่งชาวพุทธทุกคนเชื่อในการตรัสรู้ของพระองค์ สอนวิธีการดำเนินชีวิตที่เมื่อถึงที่สุดแล้วจะ
นำไปสู่เป้าหมายคือการหลุดพ้นจากความทุกข์ คัมภีร์ขนาดใหญ่ที่บรรจุหลักคำสอนเรียกว่าพระไตรปิฎก
ชาวพุทธที่แท้จะต้องปฏิบัติตามคำสอนให้ถูกต้อง เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากพระศาสนามากที่สุด
และเพื่อเป็นหลักประกันวิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง ก็จำเป็นต้องมีความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องพระไตรปิฎก
พระพุทธพจน์ คือ แก่นแท้ของพระพุทธศาสนา
คำว่า พระพุทธศาสนา ว่าโดยทั่วไป มีความหมายกว้างมาก รวมตั้งหลักธรรม พระสงฆ์
องค์กร สถาบัน กิจการ ไปจนศาสนสถาน และ ศาสนวัตถุ ทุกอย่าง แต่ถ้าจะเจาะลงไปให้ถึง
ความหมายแท้ที่เป็นตัวจริง พระพุทธศาสนาก็มีความหมายตรงไปตรงมาตามคำแปลโดยพยัญชนะของ
คำว่า พระพุทธศานา นั้นเองว่า คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า นี้คือ ตัวแท้ตัวจริงของพระพุทธศานา
สิ่งอื่นนอกจากนี้เป็นส่วนขยายออกหรืองอกขึ้นมาจากคำสอนของพระพุทธเจ้า
เมื่อจับความหมายที่เป็นตัวแท้ได้แล้ว ก็จะมองเห็นว่า ความดำรงอยู่ของพระพุทธศาสนา หมายถึง
ความคงอยู่แห่งคำสอนของพระพุทธเจ้าหากคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเลือนลางหายไป แม้จะมีบุคคล
กิจการศาสนสถาน และศาสนวัตถุใหญ่โตมโหฬารมากมายเท่าใด ก็ไม่อาจถือว่ามีพระพุทธศาสนา
แต่ในทางตรงข้าม แม้ว่าสิ่งที่เป็นรูปธรรมภายนอกดังกล่าวจะสูญหาย ถ้าคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้ายัง
ดำรงอยู่ คนก็ยังรู้จักพระพุทธศาสนาได้ด้วยเหตุนี้ การดำรงรักษาพระพุทธศาสนาที่แท้จริงจึงหมายถึง
การดำรงรักษาคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้ากล่าวให้เฉพาะลงไปอีก คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านั้น ก็ได้แก่
พุทธพจน์ หรือพระดำรัสของพระพุทธเจ้านั่นเอง ดังนั้น ว่าโดยสาระการดำรงรักษาพระพุทะศาสนา
จึงหมายถึงการดำรงรักษาพระพุทธพจน์
อนึ่ง พระพุทธพจน์นั้น เป็นพระดำรัสที่พระพุทธเจ้าตรัสแสดงธรรมและบัญญัติวินัยไว้ ก่อน
พุทธปรินิพพานไม่นาน พระพุทธเจ้าตรัสไว้เองว่าจะไม่ทรงตั้งพระภิกษุองค์ใดเป็นศาสดาแทนพระองค์เมื่อ
พระองค์ปรินิพพานล่วงลับไป แต่ได้ทรงมอบหมายให้ชาวพุทธได้รู้กันว่าพระธรรมวินัยนั้นแหละเป็น
พระศาสดาแทนพระองค์ ชาวพุทธจำนวนมากถึงกับจำพุทธพจน์ภาษาบาลีได้ว่า
โย โว อานนฺท มยา ธมฺโม จ วินโย จ เทสิโต
ปญฺญตฺโต โส โว มมจฺจเยน สตฺถา
ดูก่อนอานนท์ ธรรมและวินัยใด ที่เราได้แสดงแล้ว และบัญญัติแล้ว แก่เธอทั้งหลาย
ธรรมและวินัยนั้นจักเป็นศาสดาของเธอทั้งหลาย โดยกาลที่เราล่วงลับไป
โดยนัยนี้ พระพุทธพจน์ จึงเป็นทั้งพระพุทศาสนาคือคำตรัสสอนของพระพุทธเจ้าและที่ธำรงถสิต
ของพระศาสดา โดยทรงไว้และประกาศพระธรรมวินัยแทนพระพุทธองค์
พระไตรปิฎก ข้อควรรู้เบื้องต้น
คัมภีร์ที่บรรจุพุทธพจน์ คือพระธรรมวินัยมีชื่อที่ชาวตะวันตกรู้จักกันโดยทั่วไปว่า Pali Canon
หรือBuddhist Canon ทั่งนี้ก็เพราะว่าเป็นที่ประมวลหลักการพื้นฐานของศาสนา (=Canon) ซึ่งในที่
นี้เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา (Buddhist) และข้อความในคัมภีร์นี้บันทึกด้วยภาษาบาลี (=Pali ) แต่คำ
บาลีที่เรียกว่าพระไตรปิฎก ก็คือ ติปิฎก จากคำว่า ติ “ สาม” ปิฎก ตำรา คัมภีร์ หรือ กระจาด
(อันเป็นภาชนะบรรจุของ) ซึ่งตามตัวอักษรใช้หมายถึงคำสอนหมวดใหญ่ ๓ หมวด คือ
พระวินัยปิฎก ได้แก่ประมวลระเบียบข้อบังคับ ของบรรพชิตที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้
สำหรับภิกษุและภิกษุณี
พระสุตตันตปิฎก ได้แก่ประมวลพระสูตรหรือคำสอนที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงยักเยื้องไปต่าง ๆ
ให้เหมาะกับบุคคลสานที่เหตุการณ์ มีเรื่องราวประกอบ
พระอภิธรรมปิฎก ได้แก่ประมวลคำสอนที่เป็นเนื้อหาหรือหลักวิชาล้วน ไม่เกี่ยวด้วยบุคคลหรือ
เหตุการณ์ไม่มีเรื่องราวประกอบ
อันที่จริง พระไตรปิฎกมิใช่คัมภีร์เพียงเล่มเดียว แต่เป็นคัมภีร์ชุดใหญ่ที่มีเนื้อหาถึง ๘๔,๐๐๐
พระธรรมขันธ์ ฉบับพิมพ์ด้วยอักษรไทย นิยมจัดแยกเป็น ๔๕ เล่ม เพื่อหมายถึงระยะเวลา ๔๕ พรรษา
แห่งพุทธกิจ นับรวมได้ถึง ๒๒,๓๗๙ หน้า (ฉบับสยาม) หรือเป็นตัวอักษรประมาณ ๒๔,๓๐๐,๐๐๐ ตัว
แต่ละปิฎกมีการจัดแบ่งหมวดหมู่บทตอน ซอยออกไปมากมายซับซ้อน
ติดตามอ่านตอนต่อไป ........