E-Books

ค้นหา

สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์

เนื้อหาที่เปิดอ่าน
5808143

whosonline

มี 175 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

 

 

พระไตรปิฎก

สิ่งที่ชาวพุทธต้องรู้

พระธรรมปิฎก (ป.ธ. ปยุตฺโต)

 

ตอนที่ 1

   พระพุทธศาสนาไม่ใช่ปรัชญา

       ก่อนที่จะกล่าวถึงเรื่องพระไตรปิฎกต่อไป  เราจำต้องแยกให้ออกระหว่างปรัชญากับศาสนา

ปรัชญาเห็นเรื่องของการคิดหาเหตุผลเป็นสำคัญ และถกเถียงกันเรื่องเหตุผลนั้นเพื่อสันนิษฐานความ

จริง เรื่องที่ถกเถียงหรือคิดหานั้นอาจจะไม่เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตที่เป็นอยู่ เช่นนักปรัชญาอาจจะ

ถกเถียงกันว่า จักรวาลเกิดขึ้นเมื่อไรและจะไปสิ้นสุดเมื่อไร โลกจะแตกเมื่อไร ชีวิตเกิดขึ้นเมื่อไร

เป็นต้น และนักปรัชญาก็ไม่จำเป็นต้องดำเนินชีวิตตามหลักการอะไร หรือแม้แต่ให้สอดคล้องกับสิ่ง

ที่ตนคิด เขาคิดหาตุผลหาความจริงของเขาไป โดยที่ว่าชีวิตส่วนตัวอาจจะเป็นไปในทางที่ตรงข้ามก็ได้

เช่นนักปรัชญาบางคนอาจจะเป็นคนคุ้มดีคุ้มร้าย บางคนสำมะเลเทเมา บางคนมีทุกข์จนกระทั่งฆ่าตัวตาย

แต่ศาสนาเป็นเรื่องของการปฏิบัติ เรื่องของการดำเนินชีวิตหรือการมาใช้ให้เป็นประโยชน์ในชีวิตจริง

การปฏิบัตินั่นต้องมีหลักการที่แน่นอนอย่างใดอย่างหนึ่งที่ยอมรับว่าเป็นจริง โดยมีจุดหมายที่แสด

ไว้อย่างชัดเจนด้วย

       เพราะ ฉะนั้นผู้ปฏิบัติ คือ ศาสนิกชน เริ่มต้นก็ต้องยอมรับที่จะปฏิบัติตามหลักการของศาสนา

นั้น ตามที่ องค์พระศาสดาได้แสดงไว้ซึ่งเราเรียกว่า คำสอน ด้วยเหตุนี้ ศาสนิกจึงมุ่งไปที่ตัวคำสอน

ของพระศาสดาซึ่งรวบรวมและรักษาสืบทอดกันมาในสิ่งที่เรียกว่า คัมภีร์

       เมื่อมองในแง่นี้ พระพุทธศาสนาจึงมิใช่เป็นปรัชญา แต่เป็นศาสนามีพระสมณโคดมเป็นพระ

ศาสดา ซึ่งชาวพุทธทุกคนเชื่อในการตรัสรู้ของพระองค์ สอนวิธีการดำเนินชีวิตที่เมื่อถึงที่สุดแล้วจะ

นำไปสู่เป้าหมายคือการหลุดพ้นจากความทุกข์ คัมภีร์ขนาดใหญ่ที่บรรจุหลักคำสอนเรียกว่าพระไตรปิฎก

ชาวพุทธที่แท้จะต้องปฏิบัติตามคำสอนให้ถูกต้อง เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากพระศาสนามากที่สุด

และเพื่อเป็นหลักประกันวิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง  ก็จำเป็นต้องมีความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องพระไตรปิฎก

 

    พระพุทธพจน์ คือ แก่นแท้ของพระพุทธศาสนา

       คำว่า พระพุทธศาสนา ว่าโดยทั่วไป มีความหมายกว้างมาก รวมตั้งหลักธรรม พระสงฆ์

องค์กร สถาบัน กิจการ ไปจนศาสนสถาน  และ ศาสนวัตถุ ทุกอย่าง แต่ถ้าจะเจาะลงไปให้ถึง

วามหมายแท้ที่เป็นตัวจริง พระพุทธศาสนาก็มีความหมายตรงไปตรงมาตามคำแปลโดยพยัญชนะของ

คำว่า พระพุทธศานา นั้นเองว่า คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า นี้คือ ตัวแท้ตัวจริงของพระพุทธศานา

สิ่งอื่นนอกจากนี้เป็นส่วนขยายออกหรืองอกขึ้นมาจากคำสอนของพระพุทธเจ้า

   เมื่อจับความหมายที่เป็นตัวแท้ได้แล้ว ก็จะมองเห็นว่า ความดำรงอยู่ของพระพุทธศาสนา หมายถึง

ความคงอยู่แห่งคำสอนของพระพุทธเจ้าหากคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเลือนลางหายไป แม้จะมีบุคคล

กิจการศาสนสถาน และศาสนวัตถุใหญ่โตมโหฬารมากมายเท่าใด ก็ไม่อาจถือว่ามีพระพุทธศาสนา

แต่ในทางตรงข้าม แม้ว่าสิ่งที่เป็นรูปธรรมภายนอกดังกล่าวจะสูญหาย ถ้าคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้ายัง

ดำรงอยู่ คนก็ยังรู้จักพระพุทธศาสนาได้ด้วยเหตุนี้ การดำรงรักษาพระพุทธศาสนาที่แท้จริงจึงหมายถึง

การดำรงรักษาคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้ากล่าวให้เฉพาะลงไปอีก คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านั้น ก็ได้แก่

พุทธพจน์ หรือพระดำรัสของพระพุทธเจ้านั่นเอง ดังนั้น ว่าโดยสาระการดำรงรักษาพระพุทะศาสนา

จึงหมายถึงการดำรงรักษาพระพุทธพจน์

       อนึ่ง พระพุทธพจน์นั้น เป็นพระดำรัสที่พระพุทธเจ้าตรัสแสดงธรรมและบัญญัติวินัยไว้ ก่อน

พุทธปรินิพพานไม่นาน พระพุทธเจ้าตรัสไว้เองว่าจะไม่ทรงตั้งพระภิกษุองค์ใดเป็นศาสดาแทนพระองค์เมื่อ

พระองค์ปรินิพพานล่วงลับไป แต่ได้ทรงมอบหมายให้ชาวพุทธได้รู้กันว่าพระธรรมวินัยนั้นแหละเป็น

พระศาสดาแทนพระองค์ ชาวพุทธจำนวนมากถึงกับจำพุทธพจน์ภาษาบาลีได้ว่า

 

โย  โว  อานนฺท  มยา  ธมฺโม  จ  วินโย  จ  เทสิโต

ปญฺญตฺโต  โส  โว  มมจฺจเยน สตฺถา

       ดูก่อนอานนท์ ธรรมและวินัยใด ที่เราได้แสดงแล้ว และบัญญัติแล้ว แก่เธอทั้งหลาย 

ธรรมและวินัยนั้นจักเป็นศาสดาของเธอทั้งหลาย โดยกาลที่เราล่วงลับไป

 

       โดยนัยนี้ พระพุทธพจน์ จึงเป็นทั้งพระพุทศาสนาคือคำตรัสสอนของพระพุทธเจ้าและที่ธำรงถสิต

ของพระศาสดา โดยทรงไว้และประกาศพระธรรมวินัยแทนพระพุทธองค์

   พระไตรปิฎก ข้อควรรู้เบื้องต้น

       คัมภีร์ที่บรรจุพุทธพจน์ คือพระธรรมวินัยมีชื่อที่ชาวตะวันตกรู้จักกันโดยทั่วไปว่า  Pali Canon

หรือBuddhist Canon ทั่งนี้ก็เพราะว่าเป็นที่ประมวลหลักการพื้นฐานของศาสนา (=Canon) ซึ่งในที่

นี้เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา (Buddhist) และข้อความในคัมภีร์นี้บันทึกด้วยภาษาบาลี (=Pali ) แต่คำ

บาลีที่เรียกว่าพระไตรปิฎก ก็คือ ติปิฎก จากคำว่า ติ “ สาม” ปิฎก ตำรา คัมภีร์ หรือ กระจาด

(อันเป็นภาชนะบรรจุของ) ซึ่งตามตัวอักษรใช้หมายถึงคำสอนหมวดใหญ่ ๓ หมวด คือ

       พระวินัยปิฎก ได้แก่ประมวลระเบียบข้อบังคับ ของบรรพชิตที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้

สำหรับภิกษุและภิกษุณี

       พระสุตตันตปิฎก ได้แก่ประมวลพระสูตรหรือคำสอนที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงยักเยื้องไปต่าง ๆ

ให้เหมาะกับบุคคลสานที่เหตุการณ์ มีเรื่องราวประกอบ

       พระอภิธรรมปิฎก ได้แก่ประมวลคำสอนที่เป็นเนื้อหาหรือหลักวิชาล้วน ไม่เกี่ยวด้วยบุคคลหรือ

เหตุการณ์ไม่มีเรื่องราวประกอบ

       อันที่จริง พระไตรปิฎกมิใช่คัมภีร์เพียงเล่มเดียว แต่เป็นคัมภีร์ชุดใหญ่ที่มีเนื้อหาถึง ๘๔,๐๐๐

พระธรรมขันธ์ ฉบับพิมพ์ด้วยอักษรไทย นิยมจัดแยกเป็น ๔๕ เล่ม เพื่อหมายถึงระยะเวลา ๔๕ พรรษา

แห่งพุทธกิจ นับรวมได้ถึง ๒๒,๓๗๙ หน้า (ฉบับสยาม) หรือเป็นตัวอักษรประมาณ ๒๔,๓๐๐,๐๐๐ ตัว

แต่ละปิฎกมีการจัดแบ่งหมวดหมู่บทตอน ซอยออกไปมากมายซับซ้อน

 

 

ติดตามอ่านตอนต่อไป ........

วิดีโอ

WatpaLA-Youtube

Copyright ©2554 วัดป่าธรรมชาติ มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา